วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2558

อาการตั้งครรภ์ ไม่ใช่แค่แพ้ท้อง !!

อาการตั้งครรภ์ เปล่าใช่เพียงจำนนท้อง !!

อาการตั้งครรภ์

          สำหรับสาวๆที่คิดว่าการตั้งครรภ์ตรงนั้นมักจะจะประกอบด้วยการขาดบ่อยแขมาก่อน และตามอีกด้วยอาการตั้งครรภ์อื่นๆ อากัปกิริยาสรรพสิ่งคนก่อสร้างครรภ์แต่มละคนจะไม่ตรงกัน ร้ายแรงบ้างเล็กบ้าง ไม่จำหมายถึงต้องมีครบทุกสภาพ และอาการที่พบเป็นประจำได้แก่

อาการตั้งครรภ์ทั้งจากไป ถือเอาว่า ขาดประจำดัดปลัก
          ด้านโต้งประมาณทั้งร้อยจะสงสัยว่าตัวเองตั้งครรภ์ก็ต่อเมื่อประจำเดือนไม่มา หรือประจำเดือนเลื่อนออกไป บางท่านอาจจะมีเลือกออกกระปริดกระปอยในช่วงที่ตัวอ่อนต่อโลกฝังตัวที่ฝาผนังมดลูก แต่สายเลือดจะออกไม่จังตรงตอนมีประจำรัชนี แต่เหตุด้วยท่านที่ประจำการแขมาไม่สม่ำเสมอ ท่านอาจจะมีการก่อตั้งครรภ์โดยไม่รู้ตัว ดำรงจำต้องพึ่งพิงการตรวจอาการตั้งครรภ์อื่นๆคลุกอีกด้วย

อาการแพ้ท้อง
          ทีท่าคลื่นไส้แหวะใช่ไหมที่เพรียกว่าอาการแพ้ท้อง ยังไม่ตายอาการตั้งครรภ์อีกหมู่หนึ่งที่มักกำเนิดในระยะฐานของการตั้งครรภ์ เพราะมากจะกำเนิดในช่วงเวลา 2-8 สัปดาห์สิ่งการตั้งครรภ์ พอมาถึงสู่ไตรมาสสองอาการแพ้ท้องจะหดไป เบาบางท่านอาจจะแพ้กลิ่นหรือไม่ก็อาหารบางประเภท เลื่อมใสว่าอาการแพ้ตั้งท้องเกิดเดินทางการที่ร่างกายของผู้หญิงที่มีการตั้งครรภ์ มีลำดับชั้นฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง จึงทำให้กระเพาะข้าวมีการบีบตัวน้อยลง อาการของอาการแพ้ท้องมีอะไรบ้าง

- ลูกคลื่นไส้อ๊วกหลังจากดื่มน้ำหรือรับประทานอาหาร
- ความหนักเบาลดราคา
- ฉีกขาดน้ำ
- ลงพระบังคนเบาสีเข้ม
- เกลือแร่ในเรือนร่างกายอาจผิดปกติ

การปกปักรักษาตัวเองกรณีที่มีสภาพไม่ออกจะตาย

- ยอมรับแจกโภชนาว่างที่มีโปรตีนสูง
- งดเหยื่อที่มีไขมันหรือใยอาหารสูงรับประทานข้าวที่มีแป้งสูง
- ให้รับประทานอาหารงวดละเล็กน้อยแต่บ่อยๆ
- ให้รับสารภาพประทานอาหารบนเตียงห้วงตื่นนอนเกี่ยวเนื่องจากการขยับเขยื้อนไหวจะทำให้อุบัติอาการคลื่นไส้อาเจียน
- ลงคะแนนเสียงรับประทานของกินที่มีรสชาติดีหน่อย
- อย่าให้ทรงพระครรภ์ว่างเพราะท้องเวิ้งว้างจะทำให้เกิดคลื่นไส้สำรอก
- หลีกเลี่ยงกลิ่นฉุนๆ
- งดดื่มน้ำผลกิ่งไม้ กาแฟ แอลกอฮอล์ระหว่างรับประทานเหยื่อ
- ดื่มน้ำขิงสามารถจะบรรเทาท่วงท่า

สมมตมีการวางท่าแพ้ท้องมากๆความหนักเบาตัวจะลดลงอื้อ
- แพทย์จะให้ยาแก้คลื่นไส้อาเจียน
- ปันออกน้ำเกลือเพื่อให้แก้คลื่นไส้สำรอก

อาการตั้งครรภ์จักส่งผลให้มี การปรับเปลี่ยนแปลงทางเต้านม

คัดเต้านม
          อาการเลือกเต้านมเป็นอาการตั้งครรภ์อีกอย่างนึงที่จะเหมือนกับอาการชะงัดแน่นเต้าถันช่วงก่อนมีประจำเดือน แต่อาการจะมากกว่าและไม่ลดลง มักจะอุบัติหลังจากที่ไข่ได้ผสมกับตัวอสุจิแล้วโดยประมาณสองอาทิตย์

ไตรมาสแรก
พระขนองการตั้งครรภ์ได้มา 6-8 สัปดาห์ พระเต้าษิโณทกนมจะเริ่มมีการเปลี่ยนแบบกลับกลาย คุณแม่จะรู้สึกว่าเต้านมใหญ่ขึ้น กดจะเจ็บเนื่องจากมีการเจริญเติบโตของไขมันและต่อมน้ำนม เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงแพร่ขยายใหญ่ขึ้นจนสังเกตเห็นได้ ควรเลือกสรรขนาดของชุดชั้นในให้เหมาะสม หัวเต้านมและฐานหัวนมจะดำขึ้น

ไตรมาสสอง
ปริมาตรของเต้านมจะใหญ่ขึ้นและมีการเริ่มสร้าง colustrum ซึ่งไม่จำเป็นต้องเกิดกับทุกคนแรกๆจะมีลักษณะเหนียวข้นต่อมาจะมีลักษณะเหลวใส ของเหลวนี้จะหลังเมื่อมีการบีบหรือมีความตื่นเต้นทางเพศ
**คุณแม่ควรสังเกตว่าหัวนมโผล่หรือไม่ ถ้าไม่โงต้องปรึกษาแพทย์

อาการปวดหลัง
อาการเจ็บปวดหลังเป็นอาการคนท้องที่พบได้บ่อย เกิดได้ตั้งแต่เดือนแรกจนใกล้คลอด สาเหตุเกิดขนมจากมดลูกที่มีขนาดเทิ่งขึ้นและมีความหนักเบามากขึ้นทำให้หลังต้องแบกน้ำหนักเพิ่มขึ้นซึ่งมีวิธีป้องกันดังนี้

- อย่าใส่รองเท้าส้นอุจให้ใส่รองเท้าส้นเตี้ยๆ
- ล้มเลิกยกสิ่งหนัก
- ห้ามก้มยกของ
- อย่ายืนขึ้นนมนาน ถ้าหากต้องยืนนานให้ยืนด้วยขาพวกเดียวสลับกันไป
- นั่งบนเก้าอี้ที่มีพนักพิงและให้หนุนหมอนใบเล็กๆที่หลัง
- จัดสิ่งแวดล้อมที่บ้านและที่ทำงานเพื่อจะจะได้ไม่แตะงอหลัง
- ที่เค้งต้องไม่กระด้างเกินไป
- ให้นอนตะแคงซ้ายขาขวาก่ายหมอนข้าง
- ประคบร้อนบริเวณที่ปวด
- ออกกำลังบริหารกล้ามเนื้อ

ปัสสาวะบ่อย
ตั้งแต่เริ่มมีการตั้งครรภ์คุณมารดรอาจจะมีความรู้สึกอยากปัสสาวะแม้ว่าจะเพิ่งไปปัสสาวะมาเนื่องเคลื่อนมดลูกที่โตกดกระเพาะปัสสาวะ พร้อมทั้งฮอร์โมน human chorionic gonadotrophin (hCG) ท่วงท่าปัสสาวะนิจสินจะดีขึ้นตราบใดมดลูกเจริญมาถึงในครรภ์และจะเริ่มมีอริยาบทอีกครั้งเมื่อเด็กใกล้คลอด เมื่อมีปัสสาวะเม็ดเวลาจามหรือไอให้บริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน

อาการปวดท้องน้อย
พอมดลูกเบิ้มขึ้นจะทำให้เอ็นทียึดมดลูกตึงตัว คุณแม่จะรู้สึกตึงหน้าท้องโปร่งบางครั้งข้างเดียวโปร่งบางครั้งสองข้างลักษณะจะปวดตึงๆมักจะเริ่มขณะอายุครรภ์ 18-24 สัปดาห์ การป้องกัน
- อย่าเปลี่ยนท่าอย่างรวดเร็ว
- เมื่อปวดท้องให้โน้มตัวมาท่งหน้า
- ให้นอนพักหรือกลับตาลปัตรท่าบ่อยๆจะช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวด

อาการปวดศีรษะและอารมณ์แปรปรวน
ยังไม่ตายอาการตั้งครรภ์ที่พบได้รับบ่อย เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน ความถี่ของการปวด และความรุนแรงจะไม่เท่ากันในแต่ละคน บางคนศักยจะร้องไห้ บางคนก็ปวดศีรษะ สำหรับท่านที่รับประทานยาเป็นประจำโปรดปรึกษาแพทย์ เพราะยาโปร่งแสงประเภทไม่ควรจะรับประทานในคนท้อง โปรดพิจารณาหารือแพทย์หากมีอาการดังต่อไปนี้

- ปวดเปล่าหายป่วย
- ปวดสม่ำเสมอ
- ปวดรุนแรงยิบ
- ตาพร่ามัวหรือมองเป็นจุด
- ปวดศีรษะร่วมกับคลื่นไส้
- ริดสีดวงทวาร




**อาการตั้งครรภ์อีกสัณฐานหนึ่ง คือ การเป็นหลอดเลือดที่เป่งพอง มักจะพบในที่คนที่ท้องพันธนาการ ส่วนหลังคลอดอาการท้องผูกจะบริสุทธ์ขึ้น แนะนำป้องกันดังนี้

- หลีกเลี่ยงภาวะท้องผูก ทานอาหารที่มีขยะมูลฝอยใยเยอะๆ
- รับประทานอาหารที่มีใยมาก
- ดื่มน้ำมากๆ
- แช่ก้นในน้ำอุ่น
- ใช้ครีมทา

อาการจุกเสียดแน่นท้อง
ณระหว่างการตั้งครรภ์ คุณแม่อาจจะมีอาการจุกเสียดท้อง อาการจุกจะเริ่มจากกระเพาะไปสู่หลอดอาหารเกิดเนื่องจากมีกรดมาก อาหารย่อยช้าและมดลูกที่ดันกระเพาะปัจจัยต่างๆจำพวกนี้จะทำเลี้ยงดูแน่นทรงพระครรภ์ 

วิธีอภิบาลอาการแน่นท้อง

- รับประทานอาหารบ่อยๆเป็นวันละ 5-6 ครั้ง
- หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำระหว่างรับประทานอาหาร
- หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดแก๊ส และรสจัด
- งดสุราและบุหรี่
- งดอาหารก่อนออกกำลังกาย
อาการนอนไม่หลับ
มดลูกเริ่มโตขึ้นคุณม่าม้าจะหาท่าสบายๆนอนยากเต็มแต่ก็มีเคล็ดในการนอนคือ
- ถ้าบรรทมไม่หลับให้อาบน้ำอุ่นก่อนกำหนดนอน
- ดื่มนมอุ่นๆสักแก้วจะกรุณาให้หลับดีขึ้น
- ให้นอนตะแคงข้างซ้ายมีหมอนหนุนนาภีและขา
- นอนบนม้าโยก
- ตะคริว

คุณแม่เมื่อใกล้คลอดจะมีอาการตะคริวที่เท้าทั้งสองทางโดยมากมักจะเป็นขณะเอนหลัง มีวิธีป้องกันดังนี้

- ให้เหยียดขาก่อนนอน
- ขณะเหยียดห้ามชี้นิ้วเท้าให้ดึงข้อเท้าเข้าหาตัว
- ประคบอุ่นที่น่อง
- นวดน่อง
- ดื่มน้ำมากๆ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์หรือกาแฟ
- ให้รับประทานอาหารที่มีแคลเซียม

อาการเหนื่อยหอบ
เป็นอาการตั้งครรภ์ ที่พบเมื่ออายุครรภ์ได้ 31-34 สัปดาห์มดลูกใหญ่ขึ้นจนดันกำบังลมทำให้รู้สึกหายใจไม่อิ่ม คุณมาตาไม่ต้องกังวลกับอาการตั้งครรภ์ลักษณะนี้ ว่าลูกจะได้ oxygen เพียงพอหรือไม่เด็กยังคงได้รับ oxygen อย่างเพียงพอ เมื่อใกล้คลอดอายุครรภ์ 36-38 สัปดาห์จะเริ่มหายใจสะดวกขึ้นเกี่ยวจากเด็กเคลื่อนตัวลงช่องเชิงกราน 

วิธีป้องกันไม่ให้เหนื่อย
- ขยับตัวช้าๆเพื่อไม่ให้ปอดและหัวใจทำงานหนัก
- นั่งตัวตรงเกี่ยวกับเพิ่มเนื้อที่ปอด
- ให้นอนหัวสูง

การปรับเปลี่ยนผิวหนังในคนท้อง
อาการตั้งครรภ์ลักษณะนี้ เกิดจากมีการแปรเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังที่พบโดยปรกติคือ

- จะเกิดฝ้าขึ้นไปโดยเฉพาะบริเวณที่เจอแสงแดดดังนั้นควรทาครีมกันแดด
- จะเกิดรอยดำเป็นเส้นบริเวณหัวเหน่า หลังคลอดรอยดำจะหายไป
- รอยแนวสีชมพูบริเวณหน้าท้อง ที่เรียกว่าท้องลายเป็นการขยายของฤดูท้องเพื่อการเจริญเติบโตของเด็ก ไม่มีทางป้องกัน รอยนี้จะค่อยๆจางหายไปหลังคลอด
- จะเห็นเส้นเลือดบริเวณหน้าอกขยาย ผิวบริเวณผ่ามือจะแดง อาการทั้งสองเป็นผลจากฮอร์โมน
- อาจจะเกิดสิวขึ้นให้ล้างหน้าวันละหลายครั้ง ห้ามใช้ tetracyclin และRoaccutane


อ่านเรื่องอื่นเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ได้ที่ >> http://xn--12caim3fl3dkeb5hf3db3b8noa5kk.blogspot.com/

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น